[FIC] I'm In Love |15|

posted on 24 May 2013 14:47 by sunnstory-luckyseven in Im-In-Love

 

 

Title : I’m In Love

 

 

  

15

 

 

 

 

 

ผมเดินออกจากห้องเรียนมาพร้อมกับชินดง อากาศเย็นจัดพุ่งปะทะใบหน้าทันทีที่เราโผล่พ้นตัวตึก กลางเดือนมกราแบบนี้ที่เดียวที่ผมอยากอยู่คือในผ้าห่มอุ่นๆละครับ แต่ก็นะ มันเป็นไปไม่ได้ เราสองคนก้าวเร็วๆไปที่โรงอาหารของคณะเพื่อหามื้อเที่ยงทาน วันนี้เฮนรี่ไม่มีเรียนช่วงเช้ามันเลยไปรอพวกผมอยู่ที่นั่นแล้ว

 

 

เข้าสู่เทอมสุดท้ายโปรเจคจบก็กลายเป็นส่วนสำคัญในชีวิตพวกเราทันที ช่วงชีวิตหลังจากหมดสิ้นเคราะห์กรรมกับชมรมการแสดงผมก็อุทิศให้โปรเจคสำคัญสำหรับสอบจบการศึกษาในเทอมสุดท้าย พวกปีสี่อย่างเราๆแทบจะกินนอนอยู่ในคณะ ห้องชมรม ห้องซ้อม ห้องไหนว่างเราจะมานั่งทำโปรเจคกันแบบสุมหัว กว่าจะแยกย้ายกันกลับหอก็เกือบจะข้ามเข้าวันใหม่ ใครว่าเรียนดนตรีมันง่ายนี่ผมฟาดด้วยกีต้าร์เลย!

 

 

ทั้งที่เราควรจะทำตั้งแต่เทอมที่แล้ว แต่ด้วยสารพัดข้ออ้างมันก็เลยยืดมาจนถึงเทอมนี้ ซึ่งมันก็ไม่ได้แปลกอะไรเพราะมันเป็นกันมาทุกรุ่น ขลุกทำโปรเจคจบกับเพื่อนร่วมคณะไม่ได้หลับไม่ได้นอนนี่มันชีวิตนักศึกษาเทอมสุดท้ายเลยนะ ใครพลาดบรรยากาศแบบนี้เสียดายแย่

 

 

“มินิ กระเป๋าที่มึงถาม พี่กูบอกว่าถ้าใช้งานเดียวไม่ต้องซื้อนะ มันให้ยืมของมันได้” เฮนรี่วางถ้วยข้าวที่เพิ่งไปซื้อมาลงกับโต๊ะที่ผมนั่งจองอยู่พร้อมกับพูดขึ้นมาเหมือนนึกได้

 

 

“เอางั้นเหรอ”

 

 

“แล้วพวกเต้นท์หรืออุปกรณ์สนามเราก็ไปซื้อแบบถูกๆเอา เผื่อมีเหตุให้ต้องสละเรือ อีกอย่างเราใช้งานเดียว ซื้อแพงๆไปกูว่าไม่คุ้ม ยิ่งแบกข้ามโลกงี้กูว่าออกจากฟาร์มมาเราทิ้งแม่งกลางทางแน่ๆ” ผมพยักหน้ากับสิ่งที่มันเสนอมาก่อนจะยกมือขึ้นห้ามไม่ให้มันพูดต่อ

 

 

“เดี๋ยวค่อยคุยต่อ ขอไปซื้อข้าวก่อน กูหิว” ว่าจบผมก็ลุกไปทันที หลังจากที่เมื่อสองวันก่อนผมกับเฮนรี่สละเวลาทำโปรเจคเพื่อจองบัตรเข้าเทศกาลดนตรีและมันก็สำเร็จไปได้ด้วยดี จากนั้นเราก็เริ่มถกเกี่ยวกับการเตรียมตัวตามประสาพวกขี้เห่อเมื่อรู้ตัวว่าเราได้แหย่เท้าข้างหนึ่งเข้าไปในฟาร์มแล้ว อาทิตย์หน้าเราจะจองตั๋วเครื่องบิน จากนั้นก็จะขอวีซ่า ปฏิทินถูกกางเพื่อวงวันที่ต่างๆที่เราวางแผนกันอย่างเป็นขั้นเป็นตอน แม้เงินที่เก็บมาจะลดวูบลงไปแบบกะทันหัน แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังยิ้มได้

 

 

ใกล้เข้ามาแล้ว ความฝันของผม...

 

 

แรงสั่นสะเทือนจากในกางเกงทำเอามือที่ถือถาดเอียงไปวูบหนึ่ง ผมเพิ่มความเร็วในการเดินกลับไปที่โต๊ะและในขณะที่วางถาดข้าวโทรศัพท์ที่สั่นมาตลอดทางก็หยุดไป..

 

 

รับไม่ทัน!

 

 

ผมล้วงโทรศัพท์ขึ้นมาดูแล้วก็พบว่าเป็นคนที่คาดไว้จริงๆ ยังไม่ทันได้กดโทรกลับ โทรศัพท์ในมือก็สั่นขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้ผมรีบรับทันทีก่อนจะต้องเป็นฝ่ายเสียเงินโทรกลับ -*-

 

 

“ครับ”

 

 

((เย็นนี้เลิกกี่โมงครับ อยู่ดึกอีกมั้ย))

 

 

“ก็ไม่ดึกมากครับ พี่มีอะไรหรือเปล่า”

 

 

((มีครับ..)) ฟังจากน้ำเสียงพี่แกแล้วเหมือนจะเป็นเรื่องใหญ่.. พอได้ยินแบบนี้ต่อม ‘อยากรู้อยากเห็น’ ของผมก็เริ่มทำงานทันทีละ

 

 

“พี่มีอะไรหรือเปล่าครับ”

 

 

((พี่..คิดถึงซองมินครับ)) แหมะ..แหมมมมมมมมมมมมมมมมม มาหยอดแบบนี้หน้าผมบานกว่าจานข้าวแล้วครับพี่ >///<

 

 

“เอ่อ...” พูดไม่ออกครับ ความคิดถึงที่ได้รับมันคับปาก อร่ากกกกก

 

 

((วันนี้พี่ไปรับนะครับ ถ้าซองมินจะกลับก็โทรมานะ)) ผมฟังน้ำเสียงอ้อนๆจากปลายสายแล้วก็แอบเห็นใจแกอยู่หน่อยๆ เอาจริงๆผมกับพี่พระเอกเราไม่ได้เจอกันจะครบหนึ่งสัปดาห์แล้วเพราะฝ่ายนั้นก็ทำงานแทบจะ 24 ชั่วโมงและผมเองก็วุ่นกับการทำโปรเจค

 

 

งานเดินแบบที่ชินดงเคยพูดไว้มันมีจริงๆ แล้วอาจารย์ซอเธอก็ได้เดินแบบคู่กับพี่พระเอกจริงๆ ช่วงนี้นอกจากถ่ายละครแล้วแกยังต้องแบ่งเวลาไปซ้อมเดินแบบ

 

 

“ครับ ถ้าใกล้จะกลับแล้วผมจะโทรหา..” บอกลาตามเสต็ปแล้วผมก็วางสาย ผมก็เก็บโทรศัพท์ก่อนจะเริ่มทานข้าว เฮนรี่กับชินดงมองมาเหมือนรู้แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร หลังๆมันแซวเรื่องผมกับพี่พระเอกน้อยลงเพราะแซวไปก็ไม่ได้มีอะไรตื่นเต้น ไม่เหมือนช่วงแรกๆ ที่พวกมันบอกว่าสนุกเพราะเห็นผมทำอะไรไม่ถูก หน้าแดง แถมยังเถียงๆแถๆ ทั้งที่เขินจนจะตายห่าอยู่แล้ว

 

 

เหอะ!ไอ้พวกชอบมีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่น!!

 

 

“วันนี้พี่พระเอกของมึงว่างเหรอ” หูดีจริงๆ

 

 

“อืม สงสัยจะว่าง”

 

 

“อาทิตย์หน้าแล้วนี่หว่า งานเดินแบบอะไรนั่นน่ะ” ชินดงมันพูดขึ้นมาเบาๆ

 

 

“อือ เห็นว่าเป็นงานการกุศล แม่กูก็ไป” ผมบอกไปแค่นั้น แต่ไม่ได้บอกมันว่าแม่ชวนให้ผมไปเป็นเพื่อนเพราะอาทิตย์หน้าพ่อจะไปดูงานที่ญี่ปุ่น

 

 

“ข่าวว่าถ้าผ่านงานนี้ไปแล้วกระแสของอาจารย์ซอดี บางทีอาจจะได้เข้าวงการแบบเต็มตัว” ก็เป็นไปได้นะผมว่า อาจารย์เธอออกจะสวย อีกอย่างทักษะการแสดงก็เป็นเลิศ การศึกษาก็ดี แบบนี้น่าดัน..

 

 

“คู่ใหม่ในวงการแน่ๆ” เฮนรี่พูดจบก็เบ้ปากสำทับอีกที

 

 

“ช่างเหอะ”

 

 

“แต่กูเห็นเค้าลือกันว่าพี่พระเอกของมึงใกล้จะหมดสัญญาแล้วนี่ เค้ายังแซวอยู่ว่าอาจจะย้ายช่อง ย้ายค่ายอะไรกัน แต่ก่อนจะย้ายน่าจะดันให้มีข่าวกับอาจารย์ซอเยอะอยู่เพราะฝ่ายหญิงเครดิตดี อย่างน้อยก็ขายข่าวได้” ผมฟังแล้วก็สั่นหน้า ไม่ขอออกความเห็นเพราะเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับผม เรื่องงานพี่พระเอกส่วนใหญ่ผมรู้แค่ในตารางว่าวันนึงๆแกทำอะไรบ้าง แต่เรื่องที่ลึกขนาดนั้นผมไม่ได้อยากรู้เท่าไหร่ แผนการตลาดในวงการนี้มันก็คงแบบนี้ละมั้ง มันคงเป็นอย่างที่แกเคยพูดกับพี่ฮีชอล อะไรขายได้ก็ขายทั้งนั้น

 

 

“เออ แล้วมึงบอกพี่เค้าไปยังว่าจะไปอังกฤษ” เฮนรี่มันเงยหน้าขึ้นมาถามทั้งที่ปากมันแผล่บ

 

 

“ยัง เดี๋ยวใกล้ๆค่อยบอก” ผมไม่ได้ตั้งใจปิดบังอะไรแกหรอกเรื่องที่จะแบคแพ็คไปเทศกาลดนตรี เพียงแต่ช่วงนี้แกยุ่งๆทำงานเยอะ แล้วผมก็ใช่ว่าจะไปนานอะไร อย่างมากก็แค่สิบวัน รอแกว่างๆแล้วค่อยบอกคงไม่เป็นไร...มั้ง

 

 

.

 

 

.

 

 

ผมหลบมานั่งปรับเสียงสายกีต้าร์ในห้องซ้อมระหว่างรอเพื่อนๆแก้ไขรูปเล่มโปรเจคในรอบแรกเพื่อพรีเซนต์ในอาทิตย์หน้า ความจริงคือเมื่อกี้พี่พระเอกโทรมาแล้วผมที่นั่งอยู่กลางวงล้อมของเพื่อนๆที่น่ารักจึงไม่สามารถรับโทรศัพท์ได้ สุดท้ายเลยต้องลี้ภัยมาอยู่ในห้องซ้อมเพียงลำพัง คบกับคนดังก็งี้..(ไม่อยากจะคุย)

 

 

“มินิ..กูคิดถึงมึงงงงงง” ผมมองตามต้นเสียงไปก็พบว่าคนที่เรียกคือเพื่อนสนิทที่ไม่ได้เจอกันมาเกือบๆเดือน ชเวซีวอนที่ช่วงนี้มีถ่ายละครตลอดโผล่มาในช่วงที่ทุกคนเตรียมตัวจะกลับบ้านกันหมดแล้ว

 

 

“โหย กูนึกว่ามึงจะไม่เรียนแล้ว คนอื่นเค้าทำโปรเจคไปถึงไหนแล้วรู้ป่ะ” ซีวอนมันมาเบียดตัวลงนั่งข้างๆ ก่อนจะตบไหล่ผมดังปั่กจนร่างแทบทรุด แหม..สมกับความคิดถึงมั้ยมึง???

 

 

“เพราะรู้ไงวันนี้ถึงได้ดั้นด้นเข้ามาหาพวกมึง” ผมเหลือบตามองปลายคางแหลมที่ไอ้ยักษ์ยื่นมาเกยไว้บนบ่า หน้าตามันไม่ได้น่าไว้ใจเลย

 

 

“ข่าวว่าได้ดิบได้ดีมีเสี่ยในวงการบันเทิงมาอุปถัมภ์ อย่างเป็นทางการ แล้วเหรอ” ผมแหงะหน้ามองมันก่อนจะดันตัวออกไปให้ห่างแล้วก้มลงตั้งสายกีต้าร์ต่อ ไอ้คำว่า..อย่างเป็นทางการ..นี่แปลว่าไรวะ หรือที่มึงเห็นตอนงานดนตรีในสวนนั่นยังบอกอะไรได้มากพอ โหยยยยย อยู่ในวงการบันเทิงซะเปล่า ข่าวมึงช้านะซีวอน สู้เมียมึงก็ไม่ได้ -*-

 

 

“ไม่รวยเท่ามึงหรอก..” ไอ้ตัวสูงมันหัวเราะหึหึก่อนจะก้มหน้ามากระซิบข้างหูผมเบาๆ..

 

 

“ทายาทเจเคแอร์นี่มึงว่ายังไม่รวยอีกเหรอ..” คราวนี้เป็นผมที่ค้างนิ่งอยู่อย่างนั้น มึงว่าอะไรนะ??? เจเคแอร์.. เจเคแอร์เนี่ยนะ!!!

 

 

เจเคแอร์หรือJK Airline สายการบินสัญชาติเกาหลีที่มีเส้นทางบินไปยุโรปเป็นส่วนใหญ่ แม้จะไม่ได้เป็นอันดับหนึ่งแต่ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าใคร..

 

 

ชิบหายละไง...สาหร่าย น้ำผลไม้ ช็อกโกแลตยังพอมีปัญญาซื้อกิน แต่ให้อุดหนุนกิจการที่บ้านด้วยการบินไปนู่นมานี่บ่อยๆนี่กูไม่ต้องขายเครื่องในซื้อตั๋วเครื่องบินเรอะ -*-

 

 

“จริงดิ..” ผมไม่ได้สงสัยว่าจริงมั้ยหรือไม่จริง แต่ที่ถามออกไปเพราะไม่อยากจะเชื่อ เห็นหน้าตาแกเหมาะจะขับแท็กซี่เลยไม่คิดว่าที่บ้านจะทำธุรกิจการบินอะไรแบบนี้ โอ้ยยยย คราวซวยกูแท้ๆ

 

 

“นี่มึงเคยหาประวัติพี่เค้าอ่านป่ะ มึงไม่เคยอยากรู้เลยเหรอว่าเค้าเป็นมายังไงเรียนจบที่ไหนเกิดวันที่เท่าไหร่ อยากได้อะไรเป็นของขวัญ เคยคบใครมาก่อนแฟนเก่ามีกี่คนแต่ละคนมีโปรไฟล์ยังไงบ้าง” ผมนั่งมองหน้าไอ้หล่อขณะที่มันเลคเชอร์การเป็นแฟนคลับอย่างถูกวิธี แต่บังเอิญว่าหน้าอาจารย์ซอลอยมาแทรกตรงตำแหน่งแฟนเก่าพี่แกซะก่อน ผมสะบัดหัวไล่ภาพนั้นออกไปเพราะไม่อยากคิดถึงมันให้หงุดหงิด

 

ผมไม่เคยตามหาว่าก่อนหน้านี้แกเป็นใครมาจากไหน อะไรที่ผมรู้เกี่ยวกับพี่พระเอกส่วนใหญ่คือสิ่งที่บังเอิญได้รู้หรือไม่ก็คนรอบตัวบอกมาก็เท่านั้น สารภาพตามตรงว่าผมไม่เคยคิดถึงตรงนี้ เอาจริงๆคือผมยังไม่ได้คิดอะไรเลย..เกี่ยวกับชาตินี้ แต่กูวางแผนไปเจอกันชาติหน้าละไง อั๊ยย่ะ!

 

 

“นี่มึงติดนิสัยเว่อร์จากเมียมึงมารึไง เรื่องแบบนี้ค่อยๆเรียนรู้กันไปก็ได้ รีบทำไมวะ” ผมทำเป็นบ่นใส่มันแต่ซีวอนกลับหัวเราะดังลั่นก่อนจะผลักกบาลผมจนเซ

 

 

“มึงนี่น้า!” ว่าจบมันก็สะบัดตูดจากไปทันที ผมว่า..บางทีอะไรๆคงง่ายกว่านี้ถ้าพี่คยูฮยอนเป็นปุถุชนคนธรรมดาไม่มีชื่อเสียงให้ต้องรักษาแบบนี้..

 

 

“มินิ”

 

 

“อะไรวะ” ผมมองชินดงที่หน้าตาตื่นเข้ามาหาหลังจากที่ซีวอนออกไปได้ครู่เดียว

 

 

“ตกลงพี่คยูฮยอนมารับมึงใช่ป่ะ”

 

 

“อือ มาแหละ แต่คงช้าหน่อย เห็นว่าวันนี้ทำงานไกล” ผมบอกชินดงไปตามสิ่งที่พี่พระเอกบอกมา เมื่อตอนกลางวันที่โทรมาหาผมแกบอกจะเข้ามารับ แต่เมื่อกี้เพิ่งบอกว่าอาจจะเข้ามาช้าหน่อย ไอ้ผมที่ไม่ได้รีบไปไหนเลยบอกแกว่ารอได้เพราะเพื่อนๆก็อยู่กันเต็มตึก

 

 

“โอเค ไม่มีไรหรอก กูแค่อยากรู้...” อ๋ออออออ เหรอครับ..ไอ้ทาก เอ้ย ทาสคุณชายโจ -*-

 

 

.