[Fic] I'm in love-Bonus Track

posted on 04 Oct 2013 22:17 by sunnstory-luckyseven in Im-In-Love
 
 
 
 
หมายเหตุ : การอ่านโบนัสแทร็คให้ได้อรรถรสคืออ่านตอน 18 (ตอนจบ) ก่อนแล้วมาอ่านตรงนี้ต่อ 'ทันที'
 
 
 

[BONUS TRACK 1]

 

 

 

 

 

“อ้อ แต่มีอีกเรื่องที่พี่ยังไม่เข้าใจครับ” ผมขยับตัวขึ้นมานั่งเมื่ออีกฝ่ายดันตัวผมออก พี่คยูฮยอนหยิบโทรศัพท์ที่วางบนโต๊ะมาเลื่อนๆหน้าจอก่อนจะยื่นให้ผม..

 

“มีคนส่งรูปนี้มาให้พี่ ซองมินรู้จักคนในรูปมั้ย” ผมดูรูปแล้วก็รู้สึกว่าคุ้นๆ ผู้ชายสองคนกอดกัน รอบข้างมีคนยืนเชียร์.. เอาแล้วไง ใครแบล็คเมล์กูวววววววววววววว T_____________T ผมหันไปมองเจ้าของโทรศัพท์ พร้อมรอยยิ้มที่คิดว่าน่ารักที่สุดตั้งแต่เกิดมา

 

“เอ่อ ถ้าผมบอกว่าไม่รู้จัก พี่จะเชื่อผมมั้ยครับ” พี่คยูฮยอนพยักหน้าอย่างใจดี

 

“ถ้าโกหก ความผิดก็จะเพิ่มขึ้นนะครับ” ตายห่าน แค่คดีแรกกูก็โดนขังไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวันแล้วป่ะ เจอไปสองคดีชีวิตนี้คงไม่ต้องทำอะไรแล้วววววว

 

“คือผมกับพี่จีซอกไม่ได้มีอะไรจริงๆนะครับ แต่พอดีวันนั้นพี่เค้าเอาของมาให้ แล้วผมไม่ทันได้ตั้งตัวเค้าก็ดึงผมไปกอด..”

 

“แต่ที่พี่เห็น ซองมินก็กอดเค้าด้วยนี่ครับ” ผมรีบยกโทรศัพท์ในมือขึ้นดูรูปนั้นอีกครั้ง ชิบหาย! ถ่ายมาตอนกูกอดตอบด้วย ไม่นะ ม่ายยย!!

 

“ผมว่ามันคงมีอะไรผิดพลาดทางเทคนิคนะครับ” พี่คยูฮยอนยังคงยิ้ม จากนั้นแกจึงลุกขึ้นยืนแล้วดึงผมให้ลุกตาม..

 

“ถ้างั้น เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดได้อีก พี่จะพาซองมินไปถอนคำสาปเจ้าของป้ายผ้านะครับ” รอยยิ้มอบอุ่นแบบที่ผมชอบหายวับกลับกลายเป็นรอยยิ้มพิฆาตบาดใจแบบที่คุ้นตามาตลอด..

 

“พี่จะถอนคำสาปอะไร” ผมยันมือกับอกกว้างไว้เมื่ออีกฝ่ายพยายามจะดึงให้ผมเดินตาม

 

“ก็ซองมินโดนเค้ากอด แถมยังเผลอกอดตอบ เพราะงั้นเราต้องป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีกครับ”

 

“พี่จะทำอะไร” ผมร้องเสียงหลงทันทีที่ถูกประชิดตัว พี่คยูฮยอนกอดผมไว้ด้วยแขนข้างหนึ่งแล้วใช้แขนอีกข้างหนึ่งช้อนขาผมให้ลอยจากพื้น ไม่นะ พี่อุ้มผมไหวได้ยังไง ไม่จริง! ม่ายยยยยยยยยยยย

 

“พี่จะพาซองมินไปล้างคำสาปในอ่างน้ำครับ” เชร้ดโด้ววววววววววววววววววววว      

 

 

ผมยืนมองอ่างน้ำศักดิ์สิทธิ์ด้วยความหวาดระแวง ด้านหลังมีผู้คุมวิญญาณยืนกอดอกคุมเชิงอยู่ ในสถานการณ์แบบนี้ผมควรทำยังไง โดดลงอ่างหรือโดดหน้าต่างที่อยู่ถัดไป -*-

 

“อาบน้ำเลยนะครับ เดี๋ยวพี่ไปเอาผ้าเช็ดตัวกับชุดนอนมาให้” เมื่อเห็นว่าผมยังรีรอๆอีกฝ่ายเลยบอกมาแบบนี้แล้วเดินออกจากห้องน้ำไป พอได้โอกาสผมเลยรีบถอดเสื้อผ้ากระโดดลงอ่างน้ำอุ่น..น้ำอุ่น เหรอ..น้ำมันอุ่นจริงๆ ผมหันไปมองฉากกั้นระหว่างอ่างน้ำก็พบว่ามันเป็นฝ้า เห้ย นี่พี่คยูฮยอนเปิดน้ำไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่  

 

“ซองมินครับ” เออะ..ผมอาบน้ำอยู่พี่จะเรียกทำไม 

 

“ครับ” ผมตะโกนข้ามฉากกั้นออกไป มือก็พยายามตีฟองสบู่ให้ฟูขึ้นมาให้เยอะที่สุดแล้วรีบมุดตัวลงไปให้เหลือแต่หัวโผล่พ้นน้ำ พอดีกับที่อีกฝ่ายยื่นหน้ามายิ้ม.. 

 

“พี่เอาชุดนอนมาให้แล้วนะครับ ผ้าขนหนูด้วย พี่อาบน้ำด้วยคนนะครับ” กำลังจะตอบว่าครับ แต่อิท้ายประโยคนี่มันฟังทะแม่งๆพิก๊ลลลล  

 

“พี่..พูดอะไร..นะครับ” อีกฝ่ายไม่ตอบแต่หันไปถอดชุดคลุมอาบน้ำออกพาดกับฉากกั้นแล้วเดินโทงๆลงมาในอ่างอย่างกับว่าผมเป็นแค่ลูกเป็ดสีเหลืองลอยตุบป่องไม่มีตาให้เป็นกุ้งยิง.. 

 

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!!!

 

“พี่ทำอะไร!!” ผมวักน้ำสาดไล่แท็กซี่โรคจิตแต่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ผล อ่างน้ำมันไม่ได้เล็กเลยแต่เข้าใจใช่ไหมว่ามันก็ไม่ได้ใหญ่เมื่อเอาผู้ชายสองคนใส่ลงไป 

 

“พี่บอกแล้วไงครับว่าเราจะล้างคำสาปเจ้าของป้ายผ้ากัน..” ผมสั่นหน้ารัวๆเพราะไม่คิดว่าแกจะเอาจริง อะไรกัน พี่จะมาแก้ผ้ากระโดดลงอ่างน้ำทั้งที่มีคนอื่นอยู่ได้ยังไง มันไม่ใช่ มันไม่จริง! ผมขยับถอยจนหลังชิดขอบอ่างด้านหนึ่ง ซึ่งข่าวร้ายก็คือมันเป็นทางตัน.. 

 

ครับ ขอบอ่างด้านที่ผมอยู่มันติดกับผนังทั้งสามด้าน ด้านหนึ่งเป็นหน้าต่างที่ปิดไว้ ด้านหนึ่งเป็นฉากกั้น ด้านหลังคือผนังห้องน้ำ ทางออกทางเดียวคือการผ่านกำแพงยิ้มได้ตรงหน้าไป ซึ่ง..กูไม่รอดแน่!! ถ้ารู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้จะเอาผ้าขนหนูมาวางไว้ให้อย่างเดียวผมคงกดล็อกประตูห้องน้ำไปแล้ว โฮร่ววววววววววววว  

 

ถึงมันจะเป็นการการันตีว่ายังไงผมก็ได้มรดก แต่เอาจริงๆผมไม่ได้เตรียมใจไว้ว่าจะต้องมาจ่ายค่ามัดจำในคืนนี้ T_____T ม่ายยยยยยยยยยยย รู้งี้กูแกล้งงอนต่อไปอีกซักสี่ห้าวันก็ดีหรอก!

 

 

 

 

 

[ความในใจจากใครคนหนึ่ง]

 

 

ผมมองท่าทางหวาดกลัวของเด็กตัวขาวด้วยความขบขัน ทั้งที่ตัวผมเองก็ตื่นเต้นไม่แพ้ซองมินหรอก แต่น้องเป็นประเภทชอบโวยวายเลยกลายมาเป็นลูกไล่ผมในอ่างอาบน้ำ

 

“ซองมินอยู่นิ่งๆก่อน” ผมพยายามยกแขนขึ้นบังน้ำที่น้องสาดเข้าใส่ แต่อีกฝ่ายไม่ยอมหยุด เมื่อเห็นว่าพูดแล้วไม่ฟังผมเลยขยับตัวเข้าไปหาแล้วรวบมือที่ใช้สาดน้ำใส่ผมไว้ก่อนจะดึงเจ้าของมันเข้าหาตัว เป็นอย่างที่ผมคิด ทุกอย่างนิ่งสนิทเมื่อตัวน้องมาเกยอยู่บนตัวผม ซองมินแข็งทื่อไปทั้งตัว เบิกตาโตด้วยความคาดไม่ถึง

 

“พี่เตือนแล้วนะครับว่าให้ซองมินอยู่นิ่งๆ” ผมปล่อยมือคู่นั้นแล้วเปลี่ยนเป็นโอบหลังน้องไว้ กลีบปากสีชมพูเบะออกคล้ายกับว่าเจ้าตัวกำลังต่อว่าผมในใจ เห็นแบบนั้นผมเลยเกลี่ยนิ้วไปบนริมฝีปากน้องก่อนจะก้มหน้าเข้าไปใกล้ๆ

 

“ซองมินเด็กดื้อ..” ผมแตะริมฝีปากลงบนหน้าผากน้องเบาๆ ตัวกลมๆในอ้อมกอดผมดิ้นยุกยิก น้องขยับตัวนั่งให้ดีเพื่อจะได้ไม่ต้องมาเกยอยู่บนตัวผม แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่ยอมปล่อยให้เจ้าตัวไปไกลกว่าในวงแขน ผมหยิบฟองน้ำที่วางอยู่ข้างอ่างมาลูบตัวน้อง ผิวของซองมินเนียนแล้วก็อมชมพูต่างจากผิวของผมที่ขาวจัดจนดูซีด แก้มกลมป่องพองให้รู้ว่าเจ้าตัวไม่พอใจกับคำกล่าวหาของผม..

 

“อยากให้พี่หอมแก้มเหรอครับ” จากตอนแรกที่แค่ชมพูระเรื่อตอนนี้หน้าน้องแดงมาก ซองมินเขินมากแล้วก็น่ารักมาก ผมลูบฟองน้ำไปทั่วแผ่นหลังของน้องก่อนจะเลื่อนไปยังเป็นท่อนขาที่อยู่ใต้น้ำ

 

“นั่งเครื่องบินนานๆ เมื่อยมั้ยครับ” น้องพยักหน้าแต่ก็ยังไม่กล้าพูดอะไร ผมจับขาเรียวให้ยืดออกแล้วขยับตัวออกมานั่งให้พอดีกับปลายเท้าของน้องก่อนจะเริ่มนวดเบาๆ เป็นเรื่องปกติที่ถ้าเดินทางระยะไกลแล้วต้องนั่งนานๆเท้าจะบวม ผมเลยเปิดน้ำร้อนจัดใส่อ่างไว้ก่อนจะออกไปรับน้อง เพราะเมื่อกลับมาถึงห้อง น้ำในอ่างก็จะอุ่นพอดี..

 

“พี่ครับ ไม่ต้องนวดหรอก” น้องขยับเท้าหนีแต่ผมจับไว้ได้ทัน

 

“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวพี่ทำให้นะ” น้องยังคงสั่นหน้าไปมา ปฏิเสธอย่างแข็งขัน ไม่ยอมให้ผมนวด

 

“ชินดงบอกว่า นอนยกขาสูงๆไว้ก็พอครับ” ผมปล่อยมือจากปลายเท้าเล็กแล้วขยับเข้าไปใกล้ๆน้องอีกครั้ง คราวนี้เด็กดื้อของผมไม่ขัดขืน น้องนั่งนิ่งเม้มปากจนแก้มทะลักออกมาเป็นลูกกลมๆ ผมอดใจไม่ไหวจนต้องกดจมูกกับแก้มกลมๆนั้น

 

“งั้น..พาดบ่าพี่ไว้ดีมั้ยครับ..” จากที่นั่งนิ่งๆ น้องตีน้ำใส่ผมเต็มแรง

 

“ไม่ดีครับ แบบนั้นผมไม่หายเจ็บหรอก”

 

“รู้ได้ไงครับว่าไม่หาย” น้องทำแก้มป่องอีกครั้ง มันอึดอัดนะครับ มีคำตอบแต่พูดออกมาไม่ได้เนี่ย ผมเข้าใจดีเลย

 

“พี่อ่ะ แกล้งผมๆๆๆๆ” น้องว่าพร้อมกับตีน้ำใส่