[SF] All for you [02]

posted on 17 May 2014 01:37 by sunnstory-luckyseven in ALL-FOR-YOU

 

All FOR YOU

 

 

 

 

[02]

 

 

 

 

อีซองมินนั่งมองกระดาษ A4 ในมืออย่างกังวล ก่อนเลิกเรียนคาบสุดท้ายอาจารย์ที่ปรึกษาเรียกให้หัวหน้าชั้นไปพบเพื่อรับแบบสอบถามมากรอกเกี่ยวคณะที่อยากเรียนในมหาวิทยาลัยและสิ่งที่ต้องการทำในอนาคตรวมไปถึงข้อมูลส่วนตัวอีกเล็กน้อย

 

“เป็นอะไร หน้ามุ่ยเชียว” อีซองมินละสายตาจากกระดาษขึ้นมองคนที่นั่งตรงข้าม รยออุกเองก็มีแบบสอบถามวางอยู่ตรงหน้า แต่ซองมินรู้ว่ารยออุกไม่มีปัญหาในการเลือกเรียน เพื่อนของเขาจะสอบเข้าคณะแพทย์ ด้วยความสามารถของรยออุกแล้วซองมินรู้ว่าอีกฝ่ายจะผ่านเข้าไปเรียนได้แบบสบายๆ ยิ่งไปกว่านั้นคือเมื่อเรียนจบแล้วยังมีคลินิกของที่บ้านรองรับ

ส่วนตัวซองมินเองก็ไม่มีปัญหา คณะที่ซองมินต้องการเข้าไปเรียนไม่ใช่คณะที่คนส่วนใหญ่แย่งกันสอบ ไม่ใช่คณะที่โดดเด่นหรืออยู่ลำดับต้นๆ ของความต้องการ แต่ที่ทำให้ซองมินมานั่งกังวลอยู่ตอนนี้คือใครบางคนที่บอกซองมินว่าอยากเป็นนักบิน..

ตากลมหรุบมองด้านล่างของแผ่นกระดาษ ช่องที่ให้ผู้ปกครองเซ็นรับรองว่าได้ให้คำปรึกษาแก่ตัวนักเรียนเกี่ยวกับคณะที่ต้องการเข้าศึกษา คยูฮยอนบอกซองมินว่าคุณพ่อของเขาไม่เห็นด้วยที่จะไปเรียนเกี่ยวกับการบิน คุณพ่อที่ต้องการให้ลูกชายเพียงคนเดียวเรียนด้านกฎหมายคัดค้านพร้อมทั้งบอกว่าหากคยูฮยอนต้องการเรียนอย่างอื่นที่ไม่ใช่กฏหมายก็ให้หาเงินส่งตัวเองเรียน เพราะเหตุนี้คยูฮยอนจึงคิดเรื่องสอบชิงทุน ซองมินรู้ว่าคยูฮยอนทำได้ แต่เขาก็แค่ไม่อยากให้พ่อกับลูกผิดใจกันด้วยเรื่องนี้

 

“รยออุกกรอกในกระดาษว่าไงบ้าง” เพราะไม่รู้ว่าจะตอบเพื่อนอย่างไร ซองมินจึงถามอีกฝ่ายกลับพลางชะโงกมองตัวหนังสือเล็กๆ ในกระดาษแผ่นนั้น

 

“คณะที่ต้องการเข้าศึกษา..แพทย์ ความใฝ่ฝัน..คนคุมเครื่องเล่นในสวนสนุก โห..เอาจริงอ่ะ” รยออุกหัวเราะลั่นเมื่อซองมินอ่านมาถึงตรงความใฝ่ฝัน เด็กหนุ่มเอ่ยพร้อมกับดวงตาที่เป็นประกาย

 

“ฉันอยากทำงานในสวนสนุกน่ะ ฉันชอบเสียงหัวเราะของเด็กๆ” ซองมินพยักหน้าก่อนจะนึกอะไรออก

“หลังจากที่สอบเสร็จ เราไปสวนสนุกกันมั้ย ฉันเองก็ไม่ได้ไปนานแล้ว พูดแล้วก็อยากไปอีกจัง” รยออุกมุ่นคิ้วทำหน้าไม่สบอารมณ์ ยกมือขึ้นกอดอกไว้หลวมๆ

 

“นี่! อยากไปก็ไปชวนแฟนนายโน่นสิ คนมีแฟนเค้าไม่ไปสวนสนุกกับเพื่อนหรอกนะ” ซองมินเบ้ปากอย่างลืมตัวเมื่อถูกเพื่อนท้วงมาแบบนั้น จินตนาการไปถึงหน้าคยูฮยอนตอนเดินเล่นในสวนสนุกแล้วก็ยกไหล่อย่างขนลุก

 

“ไอ้บ้านั่นไม่รู้จักสวนสนุกหรอก มากสุดก็แค่ร้านเกมแหละ ชวนไปก็ไม่สนุก” รยออุกโน้มตัวมาข้างหน้าแล้วบอกเบาๆ

 

“รู้จัก ไม่รู้จักก็ลองถามดูสิ” สิ้นเสียงรยออุกเพียงอึดใจเดียวซองมินก็รู้สึกถึงน้ำหนักมือบนไหล่ เอี้ยวหน้าไปมองก็พบว่าเป็นคนที่กำลังพูดถึง เสื้อนักเรียนของคยูฮยอนหลุดลุ่ย เหงื่อโทรมไปทั้งตัว สภาพแบบนี้คงไปเตะฟุตบอลที่สนามบาสหลังโรงเรียนมาแน่ๆ

 

ร่างสูงผละจากด้านหลังเก้าอี้ม้าหินอ่อนแบบมีพนักพิงมาหย่อนตัวลงข้างๆ ซองมินพลางยกยิ้มให้รยออุกที่พักหลังคยูฮยอนก็พลอยจะสนิทไปด้วย รยออุกไม่เหมือนนักเรียนห้องหนึ่งคนอื่นๆ ที่คอยแต่จะมองคยูฮยอนด้วยความอิจฉาหรือหมั่นไส้ แต่กลับชวนคุยอย่างเป็นกันเอง บางครั้งก็เล่าเรื่องซองมินตอนที่อยู่ในห้องเรียนให้ฟัง คยูฮยอนคิดว่าซองมินโชคดีที่มีเพื่อนแบบรยออุก

 

“ทำอะไรกันอยู่” พอเห็นว่ากระดาษตรงหน้าซองมินคือก็อะไรพรูลมหายใจแรงๆ กระดาษที่หัวหน้าห้องเอามาแจกเมื่อกี้และตอนนี้มันก็นอนแน่นิ่งอยู่ในกระเป๋า

 

“คยูฮยอน” เสียงเรียกจากคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามเจือความตื่นเต้นจนคยูฮยอนรู้สึกได้ คิ้วโก่งเลิกขึ้นเป็นคำถาม

 

“ซองมินอยากไปสวนสนุกอ่ะ” อีซองมินถลึงตามองคนพูดก่อนจะรีบโบกมือไปมา

 

“เฮ้ย ไม่ใช่แบบนั้น” จะอธิบายก็ไม่รู้จะเริ่มต้นแบบไหน จริงอยู่ว่าเขาอยากอยากไปสวนสนุกแต่ไม่ได้คิดว่าจะไปกับคยูฮยอน ซองมินอยากไปกับรยออุก แต่ลองพูดออกแบบรับรองว่ามีคนงอนแน่ๆ

“แล้วแบบไหน” คยูฮยอนหันมาถามคนที่นั่งข้างกัน

 

“ก็รยออุกกรอกในนี้ว่าอยากเป็นคนคุมเครื่องเล่นในสวนสนุก ฉันก็เลยชวนรยออุกไปสวนสนุก” คยูฮยอนพยักหน้าอย่างเข้าใจ

 

“แล้วจะไปกันเมื่อไหร่”

 

“โน่น สอบเข้ามหาลัยเสร็จค่อยไป” เมื่อคำนวณดูก็พบว่าอีกเกือบๆ สองเดือนกว่าจะถึงวันที่พวกเขาต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัย

 

“อีกนานเลย อาทิตย์ที่จะถึงนี้ว่างไม่ใช่หรอ รยออุกว่างมั้ยล่ะ ถ้าว่างก็ไปเลย” ว่าพร้อมกับที่มือหนาเอื้อมไปหยิบแบบฟอร์มของซองมินขึ้นมาแต่ยังไม่ทันได้อ่านคนไม่มีแฟนก็แย้งขึ้นมาเสียก่อน

 

“เฮ้ย พวกนายก็ไปกันสองคนสิ”

 

“อ้าว นึกว่ารยออุกอยากไป”

 

“อือ ก็อยาก แต่จะไปสามคนได้ไงล่ะ”

 

“อ้าว ไปสามคนไม่สนุกกว่าหรือไง”

 

“แล้วจะให้ไปเป็นก้างพวกนายสองคนเหรอ” พอได้ยินแบบนั้นคยูฮยอนทำหน้าว่าเข้าใจ ก่อนจะหันไปหาคนที่นั่งข้างกัน

 

“ตกลงเอาไง ไปป่ะ”

 

“ก็ถ้ารยออุกไม่ไปก็ไม่สนุกสิ”

 

“ถามจริง นอกจากเดินกลับบ้านด้วยกันทุกวันนี่เคยไปเดทกันที่อื่นบ้างมั้ย” คยูฮยอนส่ายหน้าปฏิเสธทันที จะว่าไปแล้วพวกเขาไม่เคยออกนอกเส้นทางที่จะกลับบ้านซองมิน ถ้าจะแวะก็แค่ร้านขนมหรือไม่ก็ร้านหนังสือระหว่างทาง ฟังดูก็เหมือนเดทหลังเลิกเรียนแต่ถ้าถามว่าโดยตั้งใจหรือเปล่าคำตอบคือไม่

 

“นั่นไง..เอาเป็นว่าวันเสาร์นี้ก็ไปเลยสิ ในอินเตอร์เนตบอกว่าบ้านผีสิงในสวนสนุกน่ะเหมาะที่สุดที่จะไปกับแฟน” หลังจากหย่อนระเบิดแล้วรยออุกที่เก็บของลงกระเป๋าไปด้วยเสร็จพอดีก็ลุกขึ้นยืนโบกมือบายๆ ทั้งสองคน

 

“กลับบ้านก่อนนะ พรุ่งนี้เจอกัน”

 

“อ้อ อืม พรุ่งนี้เจอกัน” ซองมินโบกมือบายๆ เพื่อนสนิทในขณะที่คยูฮยอนส่งยิ้มให้น้อยๆ หลังจากนั้นที่โต๊ะม้าหินอ่อนก็เหลือเพียงซองมินกับคยูฮยอน

 

“ตกลงว่าไปมั้ย” ร่างสูงเอนหลังพิงพนักม้านั่งยาวอย่างเกียจคร้าน วาดวงแขนไปวางบนพนักพิงด้านหลังซองมินระหว่างที่รอคำตอบจากติวเตอร์แก้มกลม

 

“อือ ไปก็ไป” จากหางตาคยูฮยอนแอบเห็นว่าแก้มของซองมินเรื่อสีขึ้นมาน้อยๆ แต่เขาก็ไม่ได้แซวให้อายเหมือนที่ชอบทำ คยูฮยอนหันกลับมาสนใจแผ่นกระดาษในมืออีกครั้ง 

 

“นายได้แล้วเหมือนกันใช่มั้ย” ซองมินถามขึ้นเบาๆ ระหว่างอีกฝ่ายกำลังกวาดสายตาเก็บข้อมูลในแบบฟอร์มของตนเอง

 

“อืม อยู่ในกระเป๋า”

 

“แล้วเขียนหรือยัง” ผ่านไปครู่หนึ่งเสียงทุ้มจึงตอบกลับมาแผ่วเบา

 

“ยัง..” คำว่า ยัง ที่ซองมินรู้สึกได้ว่ามันทั้งอึดอัดและไม่มั่นใจ จริงอยู่ว่าอาจารย์คงไม่ได้สนใจลายเซ็นผู้ปกครองเท่ากับข้อมูลที่นักเรียนกรอก แต่ถึงอย่างนั้นการจะเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัยก็ยังต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ปกครองอยู่ดี

 

“ลองคุยกับคุณพ่ออีกทีมั้ย” พูดจบซองมินก็ได้ยินเสียงแค่นหัวเราะจากคนที่นั่งข้างกัน คยูฮยอนวางกระดาษของซองมินลง

 

“ไม่มีประโยชน์หรอก พ่อไม่เคยเห็นด้วยกับสิ่งที่ฉันทำ ไม่สิ..พ่อไม่เคยชอบความฝันของแม่ แล้วมันก็เลยลามมาที่ฉัน